HEDGING คืออะไร

Hedging คือวิธีการปกป้องตัวของคุณจากเหตุการณ์ที่เป็นลบซึ่งสามารถทำให้ตลาดขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับตำแหน่งที่คุณเปิดไว้ คุณสามารถคิดได้ว่า hedging เป็นประกันรูปแบบหนึ่งในกรณีที่การเทรดไม่เป็นอย่างที่คุณคิด คอนเซ็ปต์ของการทำ hedging นั้นง่าย

เราสามารถแบ่งการทำ hedging ออกเป็นสองแบบ

  • Direct Hedging (ป้องกันความเสี่ยงโดยตรง)คือ เมื่อคุณซื้อและขายคู่สกุลเงินเดียวกัน ในกรณีนี้ พอร์ทการเทรดของคุณแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะการขาดทุนใด ๆ ที่เกิดขึ้นจะหักลบกับกำไรที่เกิดจากการเทรดในทิศทางตรงกันข้าม ดังนั้น ตราบเท่าที่คุณยังคงตำแหน่งป้องกันความเสี่ยง (hedging position) อยู่ ความเสี่ยงของคุณแทบจะเป็นศูนย์

  • Indirect Hedging (ป้องกันความเสี่ยงโดยอ้อม)คือ เมื่อคุณซื้อ/ขายคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันความเสี่ยงของคู่สกุลเงินที่คุณเปิดตำแหน่งไว้ โบรกเกอร์ Forex หลายเจ้าไม่อนุญาตให้ทำ direct hedging ทำให้การทำ indirect hedging มีประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่ง Indirect hedging เรียกอีกอย่างว่า Pair Hedging (การป้องกันความเสี่ยงคู่สกุลเงิน)

รูปแบบการทำ hedging ที่สะดวกคือ การซื้อและขายคู่สกุลเงินที่มีความสัมพันธ์กับคู่สกุลเงินที่เทรดปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น EUR/USD มีความสัมพันธ์เชิงลบประมาณ 91% กับ USD/CHF (ทิศทางตรงกันข้าม) ในกรณีที่คุณเปิดคำสั่งซื้อ EUR/USD และต้องการป้องกันความเสี่ยง คุณอาจจะเปิดตำแหน่งขาย USD/CHF

แหล่งที่มา: Mataf

คุณจะต้องจำว่าการทำ indirect hedging จะไม่มีทางแมทช์กับพอร์ทของคุณได้อย่างสมบูรณ์ เพราะการที่คุณป้องกันความเสี่ยงตำแหน่งซื้อ EUR/USD ด้วยตำแหน่งขาย USD/CHF คุณทำการประกันเฉพาะสกุลเงิน USD เท่านั้น

พูดอีกอย่างคือ คุณยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนจาก EUR และ CHF ในกรณีที่กลุ่มสกุลเงิน EUR อ่อนค่าลง ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของ EUR/USD ไม่สัมพันธ์กับ USD/CHF ดังนั้น ในการทำ indirect hedging ให้มีโอกาสสำเร็จสูง คุณควรทำแต่เฉพาะคู่สกุลเงินทีมีความสัมพันธ์กันมากกว่า 80%

เทคนิคและคำแนะนำการทำ HEDGING

  • ในการป้องกันความเสี่ยงของคุณได้อย่างเหมาะสม คุณต้องทำในช่วงเวลาที่ดี พูดอีกอย่างคือ ระดับเข้าเทรดของคุณเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ ดังนั้นคุณจึงต้องใช้ทักษะการอ่านพฤติกรรมของราคาอย่างเต็มที่
  • หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรจำคือการทำ hedging ต้องมีความยืดหยุ่นสูง ในเรื่องนี้ แนวทางการทำ hedging ที่ปรากฏบทบทความนี้มิได้ถือเป็นกฎตายตัว เมื่อคุณเติบโตในฐานะนักเทรดและมีประสบการณ์มากขึ้น คุณจะสามารถทำการเทรดในลักษณะนี้ได้เก่งยิ่งขึ้น
  • Hedging ใช้ได้ผลดีที่สุดในตลาดที่ราคาวิ่งในกรอบราคา
  • ในการทำ direct hedge หากตำแหน่งที่เปิดไว้ถึงระดับที่น่าจะมีการเปลี่ยนทิศทาง คุณสามารถปิดตำแหน่งป้องกันความเสี่ยงทำกำไรและรอให้ตลาดขยับไปในทิศทางคุณเปิดตำแหน่งไว้ตอนแรก

กลยุทธ์ RANGE HEDGING (ประกันความเสี่ยงในกรอบราคา)

กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดสามารถพบได้ในช่วงตลาดที่ราคาวิ่งในกรอบราคา นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราแนะนำให้คุณที่ยังเป็นนักเทรดหน้าใหม่ให้ทำ hedging แต่เฉพาะตลาดที่วิ่งในกรอบราคาและทำ direct hedging เท่านั้น

ขั้นตอนแรกคือ กำหนดกรอบราคาโดยลากแนวรับและแนวต้าน

ขั้นตอนที่สอง สมมติสถานการณ์เทรดที่เราซื้อ EUR/USD ที่ระดับแนวรับ 1.1700 และเราป้องกันความเสี่ยงของตำแหน่งซื้อโดยเปิดตำแหน่งขายที่ 1.17001 ซึ่งทำให้เรามั่นใจว่าเราลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

เมื่อเราอยู่ในการเทรดที่ตลาดขยับเป็นขาขึ้นและขึ้นทดสอบระดับแนวต้านอีกครั้ง ตอนนี้เราถือครองตำแหน่งซื้อที่แสดงกำไรมากกว่า 120 pip และตำแหน่งขายที่แสดงปริมาณ pip ที่ใกล้เคียงกันมากแต่ขาดทุน คุณปิดตำแหน่งซื้อเพื่อทำกำไรและถือครองตำแหน่งขายต่อ ด้วยคุณเห็นความเคลื่อนไหวของตลาดที่ต่ำลงจากระดับแนวต้าน

ทักษะการอ่านพฤติกรรมของราคาของคุณพิสูจน์ว่าคุณถูก และราคาตลาดลงต่ำลงจากระดับแนวต้าน ทำให้คุณมีโอกาสในการปิดตำแหน่งขายในจุดคุ้มทุน

ตอนนี้ คุณสามารถทำ hedging ซ้ำเมื่อเราถึงระดับแนวต้าน แต่เพื่อให้เข้าใจง่าย กลยุทธ์ hedging นี้เพียงพอที่จะลดความเสี่ยงและทำกำไรจากการเทรดของคุณ

สรุปการทำ HEDGING

จุดประสงค์หลักของการทำ hedging คือ จำกัดผลขาดทุน แต่ก็รักษาโอกาสทำกำไรด้วยเช่นกัน การทำ hedging มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะทำให้กำไรที่คาดหวังน้อยลง ดังนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ทำ hedging เพื่อลดความเสี่ยงเมื่อตลาดขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับตำแหน่งที่คุณเปิดแต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุผลทางเทคนิคเบื้องหลังการเทรดของคุณถูกต้องหรือไม่

แนะนำให้คุณใช้กลยุทธ์ hedging นี้เฉพาะตอนที่คุณเข้าใจชัดเจนถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และเมื่อคุณมีประสบการณ์เพียงพอที่ใช้คอนเซ็ปต์การทำ hedging พื้นฐานอย่างเชี่ยวชาญ

การเทรด Forex และ CFDs นั้นไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนบางคน และการเทรดในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมกับความเสี่ยงสูญเสียเงินลงทุนอย่างรวดเร็วจาก leverage นักลงทุนรายย่อย 75 – 90 % สูญเสียเงินจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น คุณควรพิจารณาว่า คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CFDs และคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเสียเงินทุนสูงได้หรือไม่