กลยุทธ์ความจำของราคา

กลยุทธ์ “ความจำของราคา” คือกลยุทธ์ที่นักเทรด Forex มืออาชีพที่มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบต่าง ๆ ของตลาด forex ใช้ นักเทรดเหล่านี้จะใช้ double top หรือ double bottom เพื่อวาง stop loss ที่ปลอดภัยเหนือหรือต่ำกว่าระดับทางจิตวิทยานี้ stop loss จำนวนมากจะถูกวางอยู่เหนือหรือต่ำกว่า double top หรือ double bottom



นักเทรดมืออาชีพตระหนักว่า double top และ double bottom จะดึงดูดบรรดานักเทรดรายย่อยที่มักจะใช้ระดับที่คาดการณ์ได้ง่ายนี้เพื่อวาง stop loss ของตน นักเทรดรายใหญ่ที่ต้องการสภาพคล่องสำหรับคำสั่งเทรดขนาดใหญ่ของตนจะพยายามทำให้ stop loss เหล่านี้ถูกปิด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมราคามักจะทะลุเหนือหรือลงต่ำกว่า double top หรือ double bottom

กลยุทธ์ความจำของราคา

กลยุทธ์ความจำของราคาจะหมายถึงหลังจากที่ double top (ทำหน้าที่เป็นแนวต้าน) และ double bottom (ทำหน้าที่เป็นแนวรับ) แตกและ stop loss ถูกปิดหมดแล้ว ราคาจะกลับทิศทางและทดสอบระดับแนวรับและแนวต้านอีกครั้ง ทฤษฏีเบื้องหลังกลยุทธ์นี้คือ จะต้องใช้แรงขายหรือซื้อปริมาณมากของตลาดเพื่อกำจัด stop loss ทั้งหมดและทำให้ราคาวิ่งไปไกลกว่ากรอบราคาของ double top และ double bottoms ที่แตกแล้ว

ราคามีความทรงจำ เพราะปฏิกิริยาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผสมผสานกับรูปแบบกราฟ double top และ double bottom จึงทำให้เกิด “การต่อสู้” ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในกรณีของ double bottom หลังจากเราเห็นราคาทะลุ double bottom (ทำหน้าที่เป็นแนวรับ)และ stop loss ถูกปิดหมดแล้ว จะมีนักเทรดบางส่วนที่ยังคงถือตำแหน่งซื้อที่เปิดจากรูปแบบกราฟ double bottom โดยหวังว่าจะมีโอกาสปิดตำแหน่งซื้อของพวกเขาในจุดคุ้มทุน ซึ่งนำไปสู่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังจากราคาวิ่งทดสอบ double bottom ที่แตกแล้ว ดังนั้น นักเทรดที่เปิดตำแหน่งซื้อดังกล่าวจะพยายามปกป้องตำแหน่งซื้อของตนโดยเปิดตำแหน่งขายซึ่งจะช่วงเพิ่มแรงส่งของราคาให้เป็นขาลงมากขึ้น

DOUBLE TOP

memory-price-figure-1

ภาพ 1: ตัวอย่าง Double Top

Double top เกิดขึ้นในแนวโน้มขาขึ้นและมักจะเป็นสัญญาณกลับทิศทางของตลาด คุณจะเห็นราคาตกลงจากจุดบนสุดสองจุดเนื่องด้วยติดแนวต้าน ด้วย Double top เป็นรูปแบบกราฟที่นักเทรดรายย่อยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้มีโอกาสล้มเหลวสูง นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมกลยุทธ์ความจำของราคาจึงเกิดขึ้น

DOUBLE BOTTOM

Double Bottom ไม่แตกต่างกับ double top ยกเว้นว่าจะเกิดในทิศทางตรงกันข้ามและเป็นรูปแบบกราฟกลับทิศทาง หมายความว่า แนวโน้มจะไปในทิศทางตรงกันข้ามจากตอนที่เกิดรูปแบบกราฟนี้ Double bottom เกิดขึ้นในแนวโน้มขาลงและมักจะเป็นสัญญาณกลับทิศทางของตลาด ราคาจะปรับตัวขึ้นหลังจากจุดต่ำสุดสองจุดชนแนวรับ

memory-price-figure-2

ภาพ 2: ตัวอย่าง Double Bottom

กฎการใช้กลยุทธ์ความจำของราคา

พูดจากประสบการณ์ของฉัน กลยุทธ์นี้ใช้ได้ผลดีที่สุดในช่วงระหว่างวันด้วยคุณมีโอกาสเทรดมากขึ้น เพราะในกรอบเวลาระยะยาว คุณแทบจะไม่เห็น double top หรือ double bottom ที่สมบูรณ์แบบนี้ ในประเด็นนี้ กรอบเวลาที่เหมาะสมคือ กรอบเวลาราย 15 นาที และนี่คือกฎของกลยุทธ์ความจำของราคา

  • คู่สกุลเงิน: คู่สกุลเงินไหนก็ได้
  • กรอบเวลา: 15 นาที
  • Stop Loss: 30 Pip
  • Take Profit: 60 pip
  • สัญญาณซื้อ: ดูที่รูปแบบกราฟ double top รอให้ราคาทะลุเหนือ double top (ทำหน้าที่เป็นแนวต้าน) และเตรียมเข้าซื้อที่ระดับ double top ก่อนหน้าหรือตอนเปิดของแท่งเทียนที่ทะลุ double top
  • สัญญาณขาย: ดูที่รูปแบบกราฟ double bottom รอให้ราคาดิ่งลงต่ำกว่า double bottom (ทำหน้าที่เป็นแนวรับ) และเตรียมเข้าขายที่ระดับ double bottom ก่อนหน้าหรือตอนเปิดของแท่งเทียนที่ต่ำกว่า double bottom

เราใช้ระดับ stop loss และ take profit ตายตัว เพราะเราต้องการให้มั่นใจเรามี อัตราส่วนรางวัลต่อผลตอบแทนที่สมดุล

ตัวอย่างการขาย

ภาพ 3: กราฟราย 15 นาที USD/CAD

ในภาพ 3 เรามีตัวอย่างการขายบนคู่สกุลเงิน USD/CAD ที่จบด้วยผลกำไร การใช้ข้อมูลที่ได้จากกลยุทธ์ความจำของราคา สามารถทำกำไร 60 pip สบาย ๆ ถึงแม้ราคาใกล้จะชน stop loss มาก ๆ ก็ตาม คุณสามารถเห็นถึงพลังของการเทรดตามแนวโน้มหลัก

ตัวอย่างการซื้อ

ภาพ 4: กราฟราย 15 นาที AUD/USD

ใน ภาพ 4 เรามีตัวอย่างของการซื้อและวิธีการใช้กลยุทธ์ความจำของราคาที่ถูกต้อง รอบนี้ เรามีโอกาสซื้อบนคู่สกุลเงิน AUD/USD ซึ่งหลังจากเกิด double top ที่ 0.7628 และ stop loss ถูกปิดหมดแล้ว เราสังเกตเห็นการปรับตัวขึ้นราคาหลังจากที่ราคาทดสอบ double top ที่แตกแล้วเป็นสัญญาณชั้นดีในการซื้อ

สรุป

เหตุผลที่กลยุทธ์ความจำของราคาได้ผลเพราะเป็นกลยุทธ์เทรดตามแนวโน้ม ไม่เหมือนกับกลยุทธ์ double top และ/หรือ double bottom อื่น ๆ ที่คุณต้องอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแนวโน้ม กลยุทธ์นี้ทำให้เราเทรดในทิศทางของแนวโน้มและเรามีอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเป็นบวก หมายความว่า เราจะมีโอกาสได้ทำกำไรมากขึ้นและขาดทุนน้อยลง

การเทรด Forex และ CFDs นั้นไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนบางคน และการเทรดในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมกับความเสี่ยงสูญเสียเงินลงทุนอย่างรวดเร็วจาก leverage นักลงทุนรายย่อย 75 – 90 % สูญเสียเงินจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น คุณควรพิจารณาว่า คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CFDs และคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเสียเงินทุนสูงได้หรือไม่