กลยุทธ์การเทรดระยะยาวกับ COT REPORT

COT REPORT คืออะไร

COT Report หรือ รายงานการถือครองสัญญาของนักเทรด ให้ข้อมูลว่าใครซื้อและขายสัญญาฟิวเจอร์สอะไรและมากน้อยแค่ไหน COT Report จะออกทุกวันศุกร์โดย CFTC (หน่วยงานกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาล่วงหน้าของสหรัฐอเมริกา) และใน COT Report ประกอบด้วยหลากหลายส่วน คุณสามารถเลือกดูแต่เฉพาะฟิวเจอร์สหรือฟิวเจอร์สกับออฟชั่น



COT REPORT แสดงให้เห็นอะไรบ้าง

COT Report แสดงปริมาณสัญญาของผู้เข้าร่วมหรือนักเทรดสามประเภทในแต่ละตลาดฟิวเจอร์ส เก็บข้อมูลตอนปิดวันทำการของวันอังคาร

  1. Commercial เป็นกลุ่มมีอำนาจมากที่สุดในตลาดและใน Forex นั้นจะเป็นผู้ทำประกันความเสี่ยง ไม่ใช่นักเก็งกำไร
  2. Non-commercial นักเทรดที่ใหญ่ที่สุดเป็นลำดับสองและใน Forex มักจะเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักเก็งกำไรรายใหญ่เช่น เฮดจ์ฟันด์ ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ (CTA) และนักเทรดที่ปริมาณเทรดสูง
  3. Non-reportableเป็นนักเทรดรายย่อยที่เทรดในปริมาณน้อยและใน Forex ที่เป็นรู้จักในฐานะนักเก็งกำไรรายเล็ก
cot-report-jpg

ภาพ 1: ตัวอย่าง COT Report ของสกุลเงินเยนญี่ปุ่น

ในขณะที่ COT Report แสดงผลล่าช้าไปสามวัน ความจริงที่ว่ามีข้อมูลการเปิดสัญญาของสองประเภทผู้เข้าร่วมรายใหญ่ที่สุดของแต่ละตลาดรายงานออกมาถือว่าค่อนข้างดีและทำให้นักเทรดทราบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางของราคาที่อาจจะเกิดในอนาคต

วิธีการใช้ COT REPORT

คุณจะได้เรียนรู้วิธีการใช้ COT Report เพื่อประเมินว่าตลาดจะขยับไปในทิศทางใดและตัดสินใจที่จะทำอย่างไรกับตลาดนั้น นักเทรดมืออาชีพใช้ COT report เป็นทั้งอินดิเคเตอร์ที่ช่วยยืนยันและเห็นต่าง อย่างแรกที่คุณต้องการทราบคือ ตลาดอยู่ในมือใคร จะเป็น commercial ที่เป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อ หรืออาจจะเป็นนักเก็งกำไรรายใหญ่ที่เป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย เมื่อเราทราบว่าตลาดอยู่ในมือใครและเปรียบเทียบจากประวัติที่ผ่านมาแล้ว เรารอให้ปริมาณการเปิดสัญญาสุทธิเป็นระดับ overbought หรือ oversold สูง ๆ ยิ่งมากยิ่งดี ก่อนที่เราจะเริ่มดำเนินการใด ๆ

การใช้ COT REPORT เป็นอินดิเคเตอร์เห็นต่าง

ความจริงที่น่าเศร้าคือนักเทรดรายย่อยเสียแทบจะทุกครั้ง และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญว่าทำไมนักเทรดมืออาชีพใช้การเปิดสัญญาของนักเก็งกำไรรายใหญ่และรายเล็กเป็นอินดิเคเตอร์เห็นต่าง สิ่งที่เราต้องการจะดูคือ ปริมาณการเปิดสัญญาที่สูงของกลุ่มนักเก็งกำไร เพราะเราทราบว่าหากมีอะไรที่ไม่คาดขึ้นเกิดขึ้น และตลาดขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสัญญาที่บรรดานักเก็งกำไรรายใหญ่และเล็กเปิดไว้ นักเทรดและแม้กระทั่งเฮดจ์ฟันด์ที่ปฏิบัติตามกฎการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดจะรีบปกป้องสัญญาที่เปิดไว้ของตน

 

ภาพ 2: ฟิวเจอร์สเยนญี่ปุ่น

ใน ภาพ 2 เรามีสัญญาฟิวเจอร์สเยนญี่ปุ่นและ COT Report อยู่ด้านล่างของกราฟ นี่เป็นกลยุทธ์การเทรดระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการเทรดสวน “dumb money (การใช้เงินอย่างไม่ฉลาด)” หรือนักเก็งกำไรรายใหญ่เพราะนักเก็งกำไรรายใหญ่มักจะผิดตอนจุดเปลี่ยนของตลาดเสียเป็นส่วนใหญ่ ในตัวอย่างนี้ เราเห็นว่านักเก็งกำไรรายใหญ่ลดสัญญาซื้อของตนลงตั้งแต่ตอนต้นเดือนพฤษภาคมทำให้ปริมาณสัญญาซื้อตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี

COT Report มิใช่เครื่องจับเวลา นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นเครื่องมือเสริมชั้นเยี่ยมที่คุณควรมาใช้ประกอบกลยุทธ์การเทรดของคุณหรือคุณแค่ใช้แนวรับและแนวต้านเพื่อจับเวลาตลาด กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์การเทรดระยะยาวที่คุณสามารถเทรดในระดับแนวรับและแนวต้านรายวันและรายสัปดาห์เท่านั้น

ใช้ COT REPORT เป็นอินดิเคเตอร์ยืนยัน

COT Report สามารถใช้เป็นอินดิเคเตอร์ยืนยันหากเราให้ความสนใจในสิ่งที่กลุ่ม Commercial ทำ ซึ่งเป็นวิธีการเทรดชั้นเยี่ยมที่จะเห็นจุดเปลี่ยนหลักของตลาด หากเราอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและกลุ่ม Commercial เปิดสัญญาขายปริมาณมาก หมายความว่า เราใกล้ถึงการกลับทิศทางหลักของแนวโน้ม เช่นเดียวกันกับหากเราอยู่ในแนวโน้มขาลงและกลุ่ม Commercial เปิดสัญญาซื้อปริมาณมาก หมายความว่า เราใกล้ถึงจุดต่ำสุดของตลาด

ภาพ 3: COT Report ทองคำ

ใน ภาพ 3 เราได้ไฮไลต์การเปิดตำแหน่งขายที่สมบูรณ์โดยใช้การเปิดสัญญาของกลุ่ม Commercial เพื่อประเมินอารมณ์ของตลาด อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้า COT Report มิใช่เครื่องมือจับเวลาและดังที่เราทำกรอบให้เห็นบนกราฟ เราสามารถเห็นปริมาณสัญญาขายของกลุ่ม Commercial ตลอดเป็นเวลาติดต่อกับเกือบสามเดือนก่อนจะเห็นการขายจริง ๆ เกิดขึ้น ในกรณีนี้ เราอาจจะเปิดตำแหน่งขายตอนราคาทะลุแนวรับหลักที่ 1300 ดอลลาร์

สรุป

สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำเมื่อทำการเทรดโดยใช้ COT Report คือไม่ใช่แค่ว่ากลุ่ม Commercial หรือนักเก็งกำไรเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อสุทธิ แต่ว่าพวกเขาเปิดสัญญาซื้อหรือขายนานแค่ไหนเมื่อเทียบกับประวัติที่ผ่านมา ในเรื่องนี้ การเทรดที่จะให้ผลตอบแทนดีจะเกิดเมื่อสัญญาซื้อ/ขายทำลายสถิติเดิม

การเทรด Forex และ CFDs นั้นไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนบางคน และการเทรดในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมกับความเสี่ยงสูญเสียเงินลงทุนอย่างรวดเร็วจาก leverage นักลงทุนรายย่อย 75 – 90 % สูญเสียเงินจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น คุณควรพิจารณาว่า คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CFDs และคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเสียเงินทุนสูงได้หรือไม่